
สืบสานศรัทธา
พระเครื่อง วัตถุมงคล
"เรียนรู้พุทธศิลป์ สะสมอย่างรู้คุณค่า"
รวบรวมพระเครื่องและวัตถุมงคลอันทรงคุณค่า พร้อมประวัติ พุทธคุณ และความรู้เชิงลึก สำหรับผู้ศรัทธาและนักสะสม


บทความ · ความรู้
เรียนรู้เรื่องราวพระเครื่องและวัตถุมงคล
พระถ้ำเสือ กรุเมืองอู่ทอง พุทธศิลป์ทวารวดีอันศักดิ์สิทธิ์และพุทธคุณเป็นเลิศ
# เนื้อหาบทความ (Markdown) # **พระถ้ำเสือ** พุทธศิลป์ทวารวดี มรดกล้ำค่าแห่งเมืองสุพรรณบุรี **พระถ้...
วัตถุมงคลอนุสรณ์ 55 ปี หลวงปู่กวย ชุตินฺธโร วัดชิโนรสาราม รุ่นโอมสิทธิ ปี 2566
# วัตถุมงคลอนุสรณ์ ๕๕ ปี หลวงปู่กวย ชุตินฺธโร: มนต์ขลังแห่งวัดชิโนรสาราม "รุ่นโอมสิทธิ" ย้อนระลึกถึ...
เจาะลึกพระกรุเขาพนมเพลิง พระพุทธชินราชใบเสมา และพระร่วงนั่งหลังเต็ม มนต์ขลังแห่งศรีสัชนาลัย
# เสน่หา มนตรา พระพุทธรูปบูชาแห่งศรีสัชนาลัย: เจาะลึกพระกรุเขาพนมเพลิง **วัดเขาพนมเพลิง** ตั้งอยู่บ...
แจก E-Book ฟรี
หนังสือวิชาการและบทสวดมนต์ แตกฉานในพุทธศิลป์
พระสมเด็จเกษไชโย ชุดที่ 1
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวข้องกับการรวบรวมภาพ **พระสมเด็จเกษไชโย** ของ **สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)** ชุดที่ 1 (รหัส Chaiyo: 001-050) สำหรับการศึกษาและสะสม สรุปได้ดังนี้: - **ชื่อพระเครื่อง:** พระสมเด็จเกษไชโย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) - **ตระกูลพระ:** พระสมเด็จ กรุพระมหาพุทธพิมพ์ จังหวัดอ่างทอง - **ที่มาและการสร้างโดยย่อ:** - พระสมเด็จเกษไชโยชุดนี้ได้รับเป็นมรดกมาจากครูอาจารย์ - สร้างจากวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร - นำไปบรรจุ กรุที่พระมหาพุทธพิมพ์ จังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่สร้างพระใหญ่เสร็จแล้ว - หลักฐานที่ปรากฏจากหลังองค์พระบางพิมพ์ ระบุตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๐๐ เป็นต้นมา จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๑๑ - มีจำนวนหลากหลายพิมพ์ หลายเนื้อ หลายสี - **วัตถุประสงค์ในการรวบรวม:** - รวบรวมภาพพระสมเด็จพิมพ์ทรงพิเศษ พิมพ์ ๙ ชั้น, ๗ ชั้น, ๕ ชั้น, ๖ ชั้น และ ๓ ชั้น ที่หาชมได้ยาก - เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้พุทธศิลปะที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง - **การนำเสนอภาพพระ:** นำเสนอพระสมเด็จเกษไชโย ชุดที่ 1 โดยมีรหัสองค์พระตั้งแต่ Chaiyo : 001 ถึง Chaiyo : 050 - **ข้อมูลเจ้าของพระและติดต่อ:** - เจ้าของพระคือ ดร.สุธี แก้วเขียว - เบอร์โทรศัพท์ 094-3546214 - มีช่องทางติดต่อผ่าน LINE - **คำแนะนำ:** "เรียนรู้พุทธศิลป์ สะสมอย่างรู้คุณค่า"
พระสมเด็จเกษไชโย ชุดที่ 2
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวข้องกับ **พระสมเด็จเกษไชโย** ของ **สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)** ชุดที่ 2 สำหรับการศึกษาและสะสม โดยมีรายละเอียดดังนี้: * **ตระกูลพระและแหล่งที่มา:** เป็นพระสมเด็จที่สร้างจากวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร และนำไปบรรจุกรุที่พระมหาพุทธพิมพ์ จังหวัดอ่างทอง * **ช่วงเวลาการสร้าง:** หลักฐานที่ปรากฏจากด้านหลังองค์พระบางพิมพ์ ระบุตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๐๐ เป็นต้นมา จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๑๑ * **ลักษณะพระที่พบ:** พระที่พบเห็นมีจำนวนหลากหลายพิมพ์ หลายเนื้อ หลายสี และมีพุทธศิลป์ความสวยงาม * **วัตถุประสงค์ในการรวบรวม:** เพื่อรวบรวมภาพพระสมเด็จพิมพ์ทรงพิเศษ พิมพ์ ๙ ชั้น, ๗ ชั้น, ๕ ชั้น, และ ๓ ชั้น ที่หาชมได้ยาก เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้พุทธศิลปะที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง * **การนำเสนอภาพพระ:** เอกสารนำเสนอภาพพระสมเด็จเกษไชโย โดยมีรหัสองค์พระตั้งแต่ **Chaiyo : 051** ถึง **Chaiyo : 100** * **คำแนะนำ:** เน้นย้ำให้ "เรียนรู้พุทธศิลป์ สะสมอย่างรู้คุณค่า" * **เจ้าของพระและข้อมูลติดต่อ:** เจ้าของพระคือ ดร.สุธี แก้วเขียว สามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 094-3546214 และมีช่องทาง LINE
พระสมเด็จเกษไชโย ชุดที่ 3
ประเด็นสำคัญสำหรับไฟล์นี้ คือ การรวบรวมภาพ **พระสมเด็จเกษไชโย** ของ **สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)** ชุดที่ 3 สำหรับการศึกษาและสะสม โดยมีรายละเอียดดังนี้: * **ตระกูลพระและแหล่งที่มา:** เป็นพระสมเด็จ ที่สร้างจากวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร และนำไปบรรจุกรุที่พระมหาพุทธพิมพ์ จังหวัดอ่างทอง * **ช่วงเวลาการสร้าง:** มีหลักฐานปรากฏจากด้านหลังองค์พระบางพิมพ์ ระบุตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๐๐ จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๑๑ * **ลักษณะพระที่พบ:** พระที่พบมีจำนวนหลากหลายพิมพ์ หลายเนื้อ หลายสี และมีพุทธศิลป์ที่สวยงาม * **วัตถุประสงค์ในการรวบรวม:** เพื่อรวบรวมภาพพระสมเด็จพิมพ์ทรงพิเศษ พิมพ์ ๙ ชั้น, ๗ ชั้น, ๕ ชั้น และ ๓ ชั้น ที่หาชมได้ยาก เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้พุทธศิลปะที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง * **การนำเสนอภาพพระ:** เอกสารนำเสนอภาพพระสมเด็จเกษไชโย โดยมีรหัสองค์พระตั้งแต่ **Chaiyo : 101** ถึง **Chaiyo : 125** * **หมายเหตุพิเศษ:** มีการระบุเลข **๒๕๐๐** อยู่ในหน้าของรหัสองค์พระ Chaiyo : 121 * **คำแนะนำ:** เอกสารเน้นย้ำให้ "เรียนรู้พุทธศิลป์ สะสมอย่างรู้คุณค่า" * **เจ้าของพระและข้อมูลติดต่อ:** เจ้าของพระคือ ดร.สุธี แก้วเขียว สามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 094-3546214 และทาง LINE
พระสมเด็จเกษไชโย ชุดที่ 4
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้คือ การนำเสนอและรวบรวมภาพ **พระสมเด็จเกษไชโย** ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เพื่อการศึกษาและสะสม สรุปได้ดังนี้: * **ตระกูลพระและแหล่งที่มา:** พระสมเด็จเกษไชโย เป็นพระที่สร้างจากวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร และนำไปบรรจุกรุที่พระมหาพุทธพิมพ์ จังหวัดอ่างทอง * **ช่วงเวลาการสร้าง:** มีหลักฐานปรากฏด้านหลังองค์พระบางพิมพ์ ระบุตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๐๐ จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๑๑ * **วัตถุประสงค์ในการรวบรวม:** เพื่อรวบรวมภาพพระสมเด็จพิมพ์ทรงพิเศษ เช่น พิมพ์ ๙ ชั้น, ๗ ชั้น, ๕ ชั้น, และ ๓ ชั้น ที่หาชมได้ยาก เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้พุทธศิลปะที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง * **การนำเสนอภาพพระ:** มีการนำเสนอภาพพระสมเด็จเกษไชโยหลายองค์ โดยมีรหัสองค์พระกำกับตั้งแต่ Chaiyo: 126 ถึง Chaiyo: 175 * มีการระบุขนาดพิเศษสำหรับบางองค์ เช่น "ขนาดเขื่อง" และ "ขนาดเล็ก" * มีองค์พระรหัส Chaiyo: 150 ถูกระบุว่าเป็น "พระสมเด็จองค์แรก (องค์ครู)" ที่ได้รับจากอาจารย์ ปราโมทย์ เทพพัลลภ (ปี 2552) * **ข้อมูลเจ้าของพระ:** เจ้าของพระคือ ดร.สุธี แก้วเขียว สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 094-3546214 และทาง LINE * **คำแนะนำ:** เอกสารนี้เน้นให้ "เรียนรู้พุทธศิลป์ สะสมอย่างรู้คุณค่า"
大明弘 แจกันสมัยของพระเจ้าหงจื้อ
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวข้องกับแจกันที่มีการอ้างถึงสมัยจักรพรรดิหงจื้อ และการเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์และการค้าในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สรุปได้ดังนี้: **1. ข้อมูลเกี่ยวกับแจกันและสมัยจักรพรรดิหงจื้อ** * **ชื่อเอกสาร/คำจารึก:** 大明弘、治年製 (ต้าหมิงหง ซื่อเหนียนจื้อ) * **จักรพรรดิหงจื้อ (Hongzhi):** * ครองราชย์ช่วงระหว่าง ค.ศ. 1487 ถึง ค.ศ. 1505 (พ.ศ. 2030 - 2048) * คำว่า "หงจื้อ" (弘治) หมายถึง "การปกครองที่ดี" * อยู่ในราชวงศ์หมิง * ผลิตภัณฑ์เซรามิกในช่วง 17 ปีที่ครองราชย์นี้มีเหลืออยู่ไม่มากนัก * **การประเมินอายุแจกัน:** * แจกันสร้างในสมัยจักรพรรดิหงจื้อ (ก่อนปี พ.ศ. 2048) * สันนิษฐานว่าจักรพรรดิว่านลี่นำแจกันเก่า (อายุเกือบ 100 ปี) สมัยหงจื้อมอบเป็นที่ระลึกแด่สมเด็จพระนเรศวร * ประเมินอายุแจกันไว้ที่ **520 ปี** * มีการระบุว่าแจกันสร้างในสมัยจักรพรรดิหงจื้อ (สมัยที่มีการปกครองที่ดี) และนำมามอบในสมัยของจักรพรรดิว่านลี่ **2. การเชื่อมโยงกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและราชวงศ์หมิง** * **สมเด็จพระนเรศวรมหาราช:** * เป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาตั้งแต่ พ.ศ. 2133 (ค.ศ. 1590) * รัชสมัยของพระองค์ตรงกับสมัยของ **จักรพรรดิว่านลี่** (ค.ศ. 1572–1620) * เสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 2148 (ค.ศ. 1605) * พระองค์ติดต่อการค้ากับจีนในช่วงต้นรัชกาล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2135 (ค.ศ. 1592) ซึ่งตรงกับสมัยจักรพรรดิว่านลี่ ขณะนั้นพระองค์มีพระชนมายุ 37 พรรษา * **ความสัมพันธ์และการค้ากับจีน (ด้านตะวันออก):** * สมเด็จพระนเรศวรทรงดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจที่รุ่งเรือง โดยเฉพาะการค้ากับต่างประเทศ * การค้ากับจีนอยู่ภายใต้ระบบบรรณาการ * มีการส่งเครื่องราชบรรณาการแก่องค์จักรพรรดิของจีนตามธรรมเนียม * บันทึกของจีน 3 ฉบับกล่าวถึงเรื่องราวของพระนเรศวรและการถวายบรรณาการ ได้แก่ เจิ้งสือ (ประวัติราชวงศ์ฉบับหลวง), สือลู่ (จดหมายเหตุประจำรัชกาล), และเอกสารโบราณภาคเอกชน (บันทึกทะเลตะวันออกและตะวันตกของจางเซี่ย) * ในวันที่ 31 เดือน 10 ปีที่ 20 (พ.ศ. 2135) แห่งรัชศกว่านลี่ ราชทูตสยาม 27 คน ได้เดินทางไปถวายเครื่องราชบรรณาการ * บันทึกจีนระบุว่า สยามได้ครองความยิ่งใหญ่ในน่านน้ำทางทะเล และเสนอส่งกองทัพช่วยทำศึกสงครามกับญี่ปุ่นที่ย่ำยีเกาหลี **3. การค้ากับประเทศตะวันตก** * **สเปน:** สมเด็จพระนเรศวรทรงสนพระทัยการค้ากับสเปน มีการส่งหนังสือไปถึงข้าหลวงใหญ่สเปนที่กรุงมะนิลา (ประมาณ พ.ศ. 2137) เพื่อประสงค์การพาณิชย์ มีการทำข้อตกลงให้สยามเปิดเมืองท่าสำหรับการค้าและชาวสเปนได้รับยกเว้นภาษี อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์กับสเปนดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่นและต้องชะงักไป * **ฮอลันดา:** บริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา (V.O.C.) เข้ามาในไทยปลายรัชสมัย (มิถุนายน พ.ศ. 2147) โดยนำปืนใหญ่ 2 กระบอกมาเป็นเครื่องราชบรรณาการ V.O.C. หวังอาศัยเรือสำเภาหลวงของอยุธยาไปค้าขายที่เมืองจีน แต่ความฝันสลายลงเนื่องจากศึกพม่าและการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวร
อาจาริยบูชา หลวงปู่ทิม อิสริโก
ประเด็นสำคัญของเอกสารนี้คือ การรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลเพื่อจัดทำหนังสืออนุสรณ์ "อาจาริยบูชา" หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง โดยเน้นที่ประวัติ ปฏิปทา และวัตถุมงคลที่สร้างในวาระสำคัญ โดยเฉพาะวาระสร้างอุโบสถ (พ.ศ. 2514-2517) 1. วัตถุประสงค์ของการจัดทำหนังสือ เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณและปฏิปทาของหลวงปู่ทิม อิสริโก เพื่อบูชาพระคุณของครูบาอาจารย์ ในฐานะที่เป็นสัทธิวิหาริก อันเตวาสิก และผู้เคารพศรัทธา เพื่อชี้แจงความเป็นมาของการสร้างวัตถุมงคลที่เกี่ยวกับวาระการสร้างอุโบสถวัดละหารไร่ เพื่อใช้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง เครือญาติ และอ้างอิงจากหนังสือของวัดละหารไร่เป็นหลัก โดยมุ่งเน้นความเป็นกลางและความถูกต้อง 2. ปฏิปทาและคุณธรรมของหลวงปู่ทิม อิสริโก เป็นพระมหาเถระผู้มีศีลาจารวัตรงดงามดี มีจิตใจสะอาดบริสุทธิ์ เป็นผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ปฏิบัติกิจสงฆ์ทุกวันไม่เคยขาด เป็นผู้มักน้อย พูดน้อย สันโดษ และไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม ฉันอาหารเพียงมื้อเดียว และไม่ยอมฉันเนื้อสัตว์ (หมู เป็ด ไก่) หรืออาหารคาว รวมถึงน้ำปลา เป็นเวลา 47 ปี ไม่ใยดีในยศตำแหน่ง โดยปฏิเสธการรับตราตั้งสมณศักดิ์ทั้งพระครูชั้นประทวน (พ.ศ. 2479) และพระครูสัญญาบัตร (พ.ศ. 2497) 3. ประวัติสำคัญโดยสรุป เกิดวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2422 มีข้อมูลที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการบรรพชาเป็นสามเณร และการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ (บางตำราระบุ 21 ปี, บางตำราระบุ 27 ปี ในปี พ.ศ. 2449, หรือ 2446) ชื่อวัดเดิมคือ วัดไร่วารี ก่อตั้งปี พ.ศ. 2354 และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดละหารไร่ หลังจากได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2516 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดไร่วารี ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2478 หรือ 2479 ได้รับสมณศักดิ์เป็น "พระครูภาวนาภิรัต" อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2507 4. การก่อสร้างและพัฒนาวัด สร้างอุโบสถไม้หลังแรกและจัดงานปิดทองฝังลูกนิมิตในปี พ.ศ. 2483–2484 ก่อตั้งโรงเรียนวัดไร่วารี งามศรีราษฎร์รังสรรค์ (โรงเรียนไม้หลังแรก) ในปี พ.ศ. 2484 มอบหมายให้ปลัดธง สุขเทศน์ ดูแลการสร้างอุโบสถหลังใหม่ (แทนหลังเก่าที่ชำรุด) พิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถหลังใหม่: 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 พิธียกช่อฟ้า: ปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2515 พิธีผูกพัทธสีมา หรือ งานฝังลูกนิมิต (อุโบสถหลังใหม่): เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 5. การสร้างวัตถุมงคลและตำนานผงพรายกุมาร วาระการสร้างหลัก: ครั้งแรก: พ.ศ. 2484 แจกในงานปิดทองฝังลูกนิมิตโบสถ์ไม้หลังแรก ครั้งที่สอง: พ.ศ. 2508 รุ่นฉลองสมณศักดิ์ (สร้างอย่างเป็นทางการครั้งแรก) ครั้งที่สาม: พ.ศ. 2514-2516 วาระสร้างอุโบสถหลังใหม่ ผงพรายกุมาร: แม่ส้ม (พ.ศ. 2489): สร้างผงอาถรรพ์สำหรับบรรจุในด้ามมีดหมอรุ่นแรก 5 เล่ม แม่ผง (พ.ศ. 2514/2515): สร้างผงพรายกุมาร โดยบดกระดูกเด็กในท้อง (นางสุนัน สมานศิลป์) ผสมกับผงพุทธคุณของหลวงปู่ทิม เพื่อ "เร่งพุทธคุณให้เห็นผลเร็วขึ้น" พระเครื่องที่ผสมผงพรายกุมาร: พระขุนแผน (พิมพ์เล็ก/ใหญ่), พระเศียรโต, พระสิวลี, พระพรายคู่, พระพรายเดียว, พระพิมพ์รูปเหมือน, พระจันทร์ลอย, พระปิดตา, และพระสมเด็จ วัสดุสร้างพระวาระสร้างโบสถ์ (2514-2516): ใช้บล็อกหิน (2514) และบล็อกทองเหลือง (2516) รวมถึงเนื้อผสมต่าง ๆ เช่น เนื้อกระยาสารท, เนื้อกล้วย, เนื้อข้าวเหนียว และตัวประสาน เช่น กาวลาเท็กซ์, แบะแซ, น้ำมันตังอิ้ว การบรรจุกรุในงานฝังลูกนิมิต (ก.พ. 2517): บรรจุพระที่สร้างเอง, พระที่หลวงปู่ทิมไปปลุกเสกให้วัดอื่น, และพระที่ลูกศิษย์สร้างถวาย (รวมถึงพระที่สั่งจากโรงงาน 84,000 องค์) โดยบรรจุในใบเสมาและใต้พระประธาน 6. ลูกศิษย์สำคัญ รุ่นแรก (พ.ศ. 2489): หมอทัต (ศิษย์เอกด้านว่าน สมุนไพร/แพทย์แผนโบราณ และผู้ช่วยลอกตำราโบราณ), หมอเปลี่ยน, หมอแหยม รุ่นสอง: ปู่พิน สัมฤทธิ์ (ศิษย์เอกด้านวิชาอาคม, ผู้ช่วยกดพระที่บ้านด้วยกาวลาเท็กซ์) รุ่นสาม: จำเหม่ง (นายทองสุข วงศ์จันทร์) (ผู้ใกล้ชิดที่สุด, สัปเหร่อ, มีบทบาทสำคัญในการจัดหาผงพรายกุมารแม่ผง), ลุงสาย แก้วสว่าง (ไวยาวัจกร, ผู้แกะบล็อกหินบางส่วน), หลวงพ่อสาคร (วัดหนองกรับ) (ผู้ร่ำเรียนวิชาทุกแขนงจนสำเร็จ, ช่วยแกะบล็อกพระ), หมอหลาบ (ผู้ตั้งพิธีบรรจุกรุพระในงานฝังลูกนิมิต)
อัศจรรย์พระสมเด็จเกษไชโย พิมพ์ ๓ ชั้น
หัวข้อหลักของเอกสารนี้คือ "อัศจรรย์พระสมเด็จพิมพ์ ๓ ชั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) (กรุพระมหาพุทธพิมพ์ วัดไชโย วรวิหาร จังหวัดอ่างทอง)" โดยเป็นหนังสือที่รวบรวมภาพพระสมเด็จพิมพ์ทรงพิเศษ เช่น พิมพ์ ๙ ชั้น, ๗ ชั้น, ๕ ชั้น, ๖ ชั้น และ ๓ ชั้น ที่หาชมได้ยาก เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้พุทธศิลปะที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๑ วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๐) ประเด็นสำคัญที่อธิบายเกี่ยวกับพระสมเด็จเกษไชโย (พิมพ์ ๓ ชั้น) มีดังนี้: ที่มาและการสร้างพระสมเด็จเกษไชโย พระสมเด็จชุดนี้ถูกเรียกว่า "พระสมเด็จเกษไชโย" หรือ "พระสมเด็จเกศไชโย" ตามชื่อที่ชาวบ้านเรียกวัดไชโย วรวิหาร จนติดปาก แท้จริงแล้วพระชุดนี้คือ พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม เนื่องจากสร้างที่วัดระฆังฯ แล้วจึงนำไปบรรจุที่วัดไชโย วาระการสร้าง: สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการสร้างพระใหญ่ที่เรียกว่า “พระมหาพุทธพิมพ์” และการบูรณะวัดในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๐๐ ถึงปี ๒๔๑๑ มีบันทึกของ หลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์ (พระภิกษุผู้ช่วยสมเด็จโตสร้างพระในระยะแรกเริ่ม) กล่าวว่า แม่พิมพ์พระชุดแรกสร้างให้วัดไชโย วรวิหาร พ.ศ. ที่ปรากฏบนองค์พระ: พระบางองค์มีการปั๊มปี พ.ศ. ด้านหลัง เช่น ๒๔๐๐ (พร้อมรูปวิหารหรือโบสถ์) และ ๒๔๐๘ (พร้อมรูปเจดีย์) ความสำคัญและลักษณะเด่นของ "พระสมเด็จพิมพ์ ๓ ชั้น" พระสมเด็จพิมพ์ ๓ ชั้น เป็นพิมพ์ที่น้อยคนนักจะมีจากกรุวัดไชโย เนื่องจากภาพจำของคนส่วนใหญ่มักเป็นพิมพ์ ๗ ชั้น, ๕ ชั้น และ ๙ ชั้น พิมพ์ ๓ ชั้นที่ค้นพบในกรุวัดไชโย วรวิหาร มีอยู่ประมาณ ๓๐ กว่าพิมพ์ทรง พิมพ์ ๓ ชั้นมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า พิมพ์ขาโต๊ะ และบางองค์มีลักษณะเป็นพิมพ์ทรงโบราณ มีหน้าตาของพระปรากฏชัดเจน คล้ายการล้อพิมพ์มาจากพระมหาพุทธพิมพ์ (องค์ใหญ่) เอกลักษณ์พิเศษ: พระชุดนี้มีลักษณะ "ความบาง" ซึ่งบางกว่าที่เห็นทั่วไป บางองค์บางเท่ากับบัตรเอทีเอ็ม ทำให้เปราะบางและหักง่าย ฝีมือช่าง: พิมพ์ ๓ ชั้นทั้งหมดเป็นฝีมือช่างเมืองหลวง (ช่างอู่ต่อเรือบางขุนพรหมนอก) ที่บรรจงสร้างแม่พิมพ์ถวายสมเด็จโต การค้นพบแบบพิเศษ: พบพิมพ์ ๓ ชั้นบางองค์มีการฝังตะกรุดด้านหลัง ๒ ดอก การศึกษาและมวลสาร พระสมเด็จเกษไชโยที่ได้จากกรุวัดไชโยนี้มีประมาณ ๑๒๐ ถึง ๑๓๐ พิมพ์ทรง และมีหลากหลายสี มีการศึกษาและวิเคราะห์ ผลึกแคลไซต์ (Calcite) ในองค์พระเพื่อพิสูจน์ความเก่า ซึ่งหากพระมีอายุไม่มากพอจะไม่เกิดขึ้น ในบางพิมพ์ เช่น พิมพ์สามชั้นปรกโพธิ์ และพิมพ์สามชั้นอกกระบอก มี ผงทองคำ ผสมอยู่ด้วย วัตถุมงคลที่จัดสร้างภายหลังโดยใช้มวลสารเดิม มีการนำพระสมเด็จที่ชำรุดแตกหัก (จากวัดไชโย) มาพลีและสร้างพระใหม่เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา เช่น พระสมเด็จนวโลกุตระ ถอดพิมพ์จากพระสมเด็จขาโต๊ะพิมพ์พิเศษหลังรูปโบสถ์ พ.ศ. ๒๔๐๐ และมอบให้เนื่องในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ ๙ (สร้างโดย ดร.สุธี แก้วเขียว) พระสมเด็จอารยะ สร้างปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ถอดพิมพ์จากพระสมเด็จพิมพ์ ๓ ชั้นแบบมีใบหู พระสมเด็จพรหมรังสี (อนุสรณ์ ๑๕๐ ปี มรณกาลสมเด็จโต) สร้างมอบให้วัดน้อย จังหวัดสิงห์บุรี และพุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พระสมเด็จศากยบุตร สร้างมอบให้โรงเรียนศากยบุตรสามเณรสีหะ (มหาวิชราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย)
หน้งสือ ปิดทองฝังลูกนิมิตวัดน้อย จังหวัดสิงห์บุรี
หัวข้อหลักของเอกสารนี้คือ "อนุสรณ์งานผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิต วัดน้อย ตำบลต้นโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหนังสือที่รวบรวมและบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างและบูรณะวัด ประเด็นสำคัญที่อธิบายเกี่ยวกับงานและวัดน้อย: ความเป็นมาของวัดน้อย: เดิมชื่อ "วัดสละบาป" เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ถูกทอดทิ้งเป็นวัดร้างมาตั้งแต่เสียกรุงครั้งที่ ๒ เป็นเวลากว่า ๒๕๐ ปี พระอธิการเอนก อตฺตมโน (นามเดิม เอนก นาคพุ่ม) ได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะภาค ๓ ให้มาบูรณะและฟื้นฟูวัดร้างนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้รับประกาศให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาได้ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๑ และท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๒ การก่อสร้างอุโบสถและวิสุงคามสีมา: มีการซื้อพื้นที่เพิ่มให้กับวัดเพื่อสร้างอุโบสถ เริ่มสร้างอุโบสถขนาดเล็ก กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๐ เมตร โดยขอแบบมาจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วางศิลาฤกษ์อุโบสถ เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๑ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ทรงพระราชทานวิสุงคามสีมาให้แก่วัดน้อย กำหนดเขต กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๐ เมตร ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ณ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ พิธีมอบประกาศวิสุงคามสีมาจัดขึ้นในวันอาทิตย์ ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ งานผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิต: จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๒ - ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ งานกำหนดจัด ๕ วัน ๕ คืน โดยไม่มีมหรสพในภาคกลางคืน มีพิธีตัดหวายลูกนิมิตในวันพฤหัสบดี ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ วัตถุประสงค์ของงานคือเพื่อให้พระสงฆ์มีเขต พัทธสีมา ไว้สำหรับทำสังฆกรรมตามพระวินัย และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลที่ ๑๐ การสร้างวัตถุมงคล (พระสมเด็จพรหมรังสี): มีการจัดสร้าง "พระสมเด็จพรหมรังสี" เพื่อเป็นอนุสรณ์ครบ ๑๕๐ ปี แห่งมรณกาล สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) (พ.ศ. ๒๔๑๕-๒๕๖๕) มวลสารหลักที่ใช้คือพระสมเด็จเกษไชโยที่ชำรุดแตกหักที่สะสมไว้ และนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกมวลสาร ณ วัดระฆังโฆสิตาราม เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เนื้อหาพิเศษในหนังสือ: มีบทความ "เล่าธรรม นำปัญญา" โดยหลวงปู่เอนก (พระอธิการเอนก อตฺตมโน) ซึ่งเล่าเรื่องราวชีวิต การป่วยที่ไม่ทราบสาเหตุ การบวชเพื่อดับทุกข์ การปฏิบัติธรรม การเห็นนิมิตสมเด็จโต หลวงพ่อแพ และหลวงปู่แหวน มีบทความพิเศษว่าด้วย "พระสมเด็จเกษไชโย" และการสืบสานการสร้างพระตระกูลพระสมเด็จ มีรายละเอียดของ โครงการสร้างกองทุนเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อสนับสนุนโครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรมแก่เยาวชน บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง: พระอธิการเอนก อตฺตมโน (เจ้าอาวาสวัดน้อยและประธานจัดงาน) ผศ.ดร.สุธี แก้วเขียว (บรรณาธิการ, กรรมการวัดน้อย, และผู้รวบรวม/เรียบเรียงข้อมูล) รองศาสตราจารย์ ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร (อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และผู้ร่วมริเริ่มบูรณะวัด) อุบาสิกาพัชรา สุนทรารชุน (กรรมการวัดน้อย และผู้มีส่วนร่วมในการบูรณะ) พระราชรัตนมุนี (วางศิลาฤกษ์อุโบสถ และเจ้าภาพหนังสืออนุสรณ์)
วิธีการทำผงวิเศษตามตำรา โบราณ
เอกสารนี้เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับ การจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น "อริยทรัพย์มหาบารมี" ปี ๒๕๖๗ เพื่อระดมทุนสร้างอาคาร "เตปิฎกสังคีติสิทธาคาร" (อาคารสังคายนาพระไตรปิฎกและอาคารเรียนบาลี) ณ มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ประเด็นสำคัญสรุปได้ดังนี้: ที่มาของมวลสาร (ผงวิเศษ ๕ ชนิด) การสร้างพระแบบโบราณมีจุดเริ่มต้นมาจากการศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติสมถะวิปัสสนากรรมฐาน ผงมวลสารที่ใช้เกิดจากการเขียนและลบสูตรตามคัมภีร์ กัจจายนะ ปทรูปสิทธิ (มูลกัจจายน์) โดยพระภิกษุสามเณร ลำดับการทำผงวิเศษ ๕ ชนิด (ที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ก็ใช้ในการสร้างพระ): ผงปฐมัง หรือ ปถมัง (ได้จากการลบสูตรมูลกัจจายน์) ผงอิธะ เจ หรือ อิทธิเจ (นำผงปฐมังมาปั้นเป็นดินสอแล้วเขียนสูตรต่อ) ผงมหาราช (นำผงอิธะ เจ มาทำเป็นดินสอแล้วเขียนตามสูตรมหาราช) ผงพุทธคุณ ผงตรีนิสิงเห ผงวิเศษ (ได้จากการลบผงตรีนิสิงเห ซึ่งเป็นผงที่หลอมรวมสูตรทั้ง ๕) สามเณรที่ มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย สาธยายมนต์กัจจายนสูตรได้ทั้งหมด ๖๗๓ สูตร ได้ใช้ดินสอเขียนสูตรและลบสูตรเพื่อเก็บผงเหล่านี้ มวลสารและส่วนผสมอื่น ๆ ใช้ผงพระสมเด็จเกษไชโยที่ชำรุดแตกหักนำมาทำพลีอธิษฐานเป็นผงใหม่ ส่วนผสมอื่น ได้แก่ ปูนเปลือกหอย, ข้าวสุก, กล้วยน้ำว้าสุก (ใช้แทนกาวประสานตามตำราโบราณ), ผงว่านต่าง ๆ ใช้น้ำมนต์มหาจักรพรรดิที่สวดตลอด ๓ วัน ๓ คืน จากวัดป่าพุทธชินวงศาราม จังหวัดพะเยา มีการแนะนำให้พลีมวลสารโดยใส่พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะด้วย เพราะมียันต์ตรีนิสิงเห วัตถุมงคลรุ่น “อริยทรัพย์มหาบารมี” ปี ๒๕๖๗ กำหนดการสร้างวัตถุมงคลมีจำนวนเท่ากับพระธรรมขันธ์คือ ๘๔,๐๐๐ องค์ ต่อแบบ แบบที่ ๑: พระสมเด็จปางชนะมาร (มารวิชัย) มีจำนวนรวม ๘๔,๐๐๐ องค์ แยกเป็น สีขาว, สีดำ, สีแดง, สีเขียว สีละ ๒๐,๐๐๐ องค์ และสีสายรุ้ง ๔,๐๐๐ องค์ คาถาบูชา: "ชินานุภาเวนะ สุคุตโต โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา" แบบที่ ๒: พระสมเด็จพระศรีอริยเมตไตรย (พระเมตไตยะ) มีจำนวนรวม ๘๔,๐๐๐ องค์ แยกเป็น สีขาว, สีดำ, สีแดง, สีเขียว สีละ ๒๐,๐๐๐ องค์ และสีสายรุ้ง ๔,๐๐๐ องค์ คาถาบูชา: "สัพพะเมตตา ศรีอริยเมตไตรย ปารมิตานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม" พิธีกรรมสำคัญ พิธีพลีมวลสาร: จัดในงานเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติ ในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ ๓๑ สิงหาคม และ ๑ กันยายน ๒๕๖๗ ณ มณฑลพิธี มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ในพิธีมีการสาธยายมนต์กัจจายนสูตรโดยพระสงฆ์และสามเณรกว่า ๑๐๐ รูป ส่วนหัวของแท่งดินสอที่ใช้เขียนสูตรและกระดานชนวนจะถูกนำไปบรรจุในองค์เจดีย์ "เตปิฎกสังคีติสิทธาคาร" พิธีปักหมุดไม้มงคล: กำหนดจัดในวันอาทิตย์ ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๗
วิธีการทำผงวิเศษตามตำรา โบราณ
เอกสารนี้เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับ การจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น "อริยทรัพย์มหาบารมี" ปี ๒๕๖๗ เพื่อระดมทุนสร้างอาคาร "เตปิฎกสังคีติสิทธาคาร" (อาคารสังคายนาพระไตรปิฎกและอาคารเรียนบาลี) ณ มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ประเด็นสำคัญสรุปได้ดังนี้: ที่มาของมวลสาร (ผงวิเศษ ๕ ชนิด) การสร้างพระแบบโบราณมีจุดเริ่มต้นมาจากการศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติสมถะวิปัสสนากรรมฐาน ผงมวลสารที่ใช้เกิดจากการเขียนและลบสูตรตามคัมภีร์ กัจจายนะ ปทรูปสิทธิ (มูลกัจจายน์) โดยพระภิกษุสามเณร ลำดับการทำผงวิเศษ ๕ ชนิด (ที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ก็ใช้ในการสร้างพระ): ผงปฐมัง หรือ ปถมัง (ได้จากการลบสูตรมูลกัจจายน์) ผงอิธะ เจ หรือ อิทธิเจ (นำผงปฐมังมาปั้นเป็นดินสอแล้วเขียนสูตรต่อ) ผงมหาราช (นำผงอิธะ เจ มาทำเป็นดินสอแล้วเขียนตามสูตรมหาราช) ผงพุทธคุณ ผงตรีนิสิงเห ผงวิเศษ (ได้จากการลบผงตรีนิสิงเห ซึ่งเป็นผงที่หลอมรวมสูตรทั้ง ๕) สามเณรที่ มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย สาธยายมนต์กัจจายนสูตรได้ทั้งหมด ๖๗๓ สูตร ได้ใช้ดินสอเขียนสูตรและลบสูตรเพื่อเก็บผงเหล่านี้ มวลสารและส่วนผสมอื่น ๆ ใช้ผงพระสมเด็จเกษไชโยที่ชำรุดแตกหักนำมาทำพลีอธิษฐานเป็นผงใหม่ ส่วนผสมอื่น ได้แก่ ปูนเปลือกหอย, ข้าวสุก, กล้วยน้ำว้าสุก (ใช้แทนกาวประสานตามตำราโบราณ), ผงว่านต่าง ๆ ใช้น้ำมนต์มหาจักรพรรดิที่สวดตลอด ๓ วัน ๓ คืน จากวัดป่าพุทธชินวงศาราม จังหวัดพะเยา มีการแนะนำให้พลีมวลสารโดยใส่พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะด้วย เพราะมียันต์ตรีนิสิงเห วัตถุมงคลรุ่น “อริยทรัพย์มหาบารมี” ปี ๒๕๖๗ กำหนดการสร้างวัตถุมงคลมีจำนวนเท่ากับพระธรรมขันธ์คือ ๘๔,๐๐๐ องค์ ต่อแบบ แบบที่ ๑: พระสมเด็จปางชนะมาร (มารวิชัย) มีจำนวนรวม ๘๔,๐๐๐ องค์ แยกเป็น สีขาว, สีดำ, สีแดง, สีเขียว สีละ ๒๐,๐๐๐ องค์ และสีสายรุ้ง ๔,๐๐๐ องค์ คาถาบูชา: "ชินานุภาเวนะ สุคุตโต โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา" แบบที่ ๒: พระสมเด็จพระศรีอริยเมตไตรย (พระเมตไตยะ) มีจำนวนรวม ๘๔,๐๐๐ องค์ แยกเป็น สีขาว, สีดำ, สีแดง, สีเขียว สีละ ๒๐,๐๐๐ องค์ และสีสายรุ้ง ๔,๐๐๐ องค์ คาถาบูชา: "สัพพะเมตตา ศรีอริยเมตไตรย ปารมิตานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม" พิธีกรรมสำคัญ พิธีพลีมวลสาร: จัดในงานเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติ ในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ ๓๑ สิงหาคม และ ๑ กันยายน ๒๕๖๗ ณ มณฑลพิธี มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ในพิธีมีการสาธยายมนต์กัจจายนสูตรโดยพระสงฆ์และสามเณรกว่า ๑๐๐ รูป ส่วนหัวของแท่งดินสอที่ใช้เขียนสูตรและกระดานชนวนจะถูกนำไปบรรจุในองค์เจดีย์ "เตปิฎกสังคีติสิทธาคาร" พิธีปักหมุดไม้มงคล: กำหนดจัดในวันอาทิตย์ ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๗
วิจารณ์คาถาอาราธนาธรรม ปาฬิปาโมกข์
นี่คือบทสรุปวิจารณ์คาถาอาราธนาธรรมที่ปรับมาจากข้อความในคัมภีร์พุทธวงศ์: คาถาอาราธนาธรรมที่ว่า "พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี สหมฺปติ กตญฺชลี อนธิวร์ อยาจถ สนฺตีธ สตฺตา อปุปรชกขชาติกา เทเสหิ ธมฺม์ อนุกมฺปิม์ ปช์" ประกอบด้วยฉันทลักษณ์แบบอุปชาติคาถา บาทที่ 1 ("พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี สหมฺปติ") และ บาทที่ 3 ("สนฺตีธ สตฺตา อปุปรชกขชาติกา") เป็นอินทรวงศ์คาถา ซึ่งประกอบด้วย ต ต ช ร คณะ ในทุกบาท ในบาทที่ 3 อนุญาตให้รวมคำว่า "อปุป" เป็น 1 พยางค์ และนับเป็นลหุ เพื่อให้เข้ากับฉันทลักษณ์ของอินทรวงศ์ บาทที่ 2 ("กตญฺชลี อนธิวร์ อยาจถ") เป็นรุจิราคาถา ซึ่งประกอบด้วย ช ภ ส ช คณะ และครุ ในทุกบาท การแก้ไขเป็น "กตฺอญชลี อนุธิวร์ อยาจถ" เพื่อให้เป็นอินทรวงศ์นั้น ไม่ถูกต้องตามคัมภีร์พุทธวงศ์ และทำให้ภาษาวิบัติ เนื่องจากคำว่า "กตญฺชลี" และ "อนธิวร์" ถูกต้องตามลักษณะของรุจิราคาถาและมีคำอธิบายในอรรถกถา บาทที่ 4 ("เทเสหิ ธมฺม์ อนุกมฺปิม์ ปช์") เป็นอินทรวงศ์เช่นเดียวกัน คาถาอาราธนาธรรมที่ใช้ในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนจาก "เทเสหิ" เป็น "เทเสตุ" และ "กตญฺชลี" เป็น "กตฺอญชลี" รวมถึงเปลี่ยน "อนธิวร์" เป็น "อนุธิวร์" เพื่อให้ต้องคณะฉันท์ตามความเห็นของผู้แก้ไข ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความถูกต้องของพระดำรัสของพระพุทธเจ้าตามฉันทลักษณ์ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อธำรงรักษาความถูกต้องตามหลักภาษาบาลี
วัตถุมงคลหลวงปู่กวย ๕๕ ปี วัดชิโนรส กทม.
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวข้องกับ การจัดสร้างวัตถุมงคลที่ระลึก ๕๕ ปี หลวงปู่กวย ชุตินฺธโร ณ วัดชิโนรสาราม วรวิหาร กรุงเทพฯ สรุปได้ดังนี้: 1. วัตถุมงคลและวาระการสร้าง วัตถุมงคลที่ระลึก ๕๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๖๖) หลวงปู่กวย ชุตินฺธโร อธิษฐานจิตวัตถุมงคล ณ วัดชิโนรสาราม การอธิษฐานจิตครั้งดั้งเดิม: หลวงปู่กวย ชุตินธโร อธิษฐานจิตวัตถุมงคลภายในพระอุโบสถวัดชิโนรสาราม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ การจัดสร้างปัจจุบัน (อนุสรณ์ ๕๕ ปี): จัดสร้างโดย ผศ.ดร.สุธี แก้วเขียว ในนามคณะศิษย์หลวงปู่ทวด หลวงปู่โต หลวงปู่โต๊ะ หลวงปู่กวย พิธีอธิษฐานจิตแบบโบราณ: จัดขึ้นภายในพระอุโบสถ วัดชิโนรสาราม เมื่อวันเสาร์ ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ วัตถุมงคลที่จัดสร้าง: พระพิมพ์สมเด็จเกศทะลุซุ้ม "โอม สิทธิ" หลังหลวงปู่กวย พระพิมพ์ขุนแผน "โอม สิทธิ" หลังหลวงปู่กวย คำว่า "อะ อุ มะ สิทธิ" (โอม สิทธิ): อะ = อะระหัง (แทนพระพุทธเจ้า) อุ = อุตตมธรรม หรือ อุดมธรรม (แทนพระธรรม) มะ = มหาสังฆะ (แทนพระสงฆ์) 2. มวลสารหลักในการสร้าง ผงพระสมเด็จกรุพระมหาพุทธพิมพ์: หลากหลายพิมพ์ ที่สร้างเมื่อสมัยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) และบรรจุกรุวัดไชโย วรวิหาร จังหวัดอ่างทอง ปี พ.ศ. ๒๔๐๐ / ๒๔๐๘ / และ ๒๔๑๑ (ใช้ทั้งส่วนที่บดละเอียดและผงเม็ดหยาบสำหรับฝังในองค์พระ) ว่านชนิดต่าง ๆ: นำมาบดละเอียด โดยมีกล้วยเป็นหลัก และว่านเมตตามหานิยม ผงมวลสารจากวัดชิโนรส ปี ๒๕๑๒ และผงธูป ผงดิน จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ดินสี่ทิศ: จากกุฏิหลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด ชนวนมวลสารหลักสร้างพระพิมพ์ขุนแผน: มาจากชนวนสร้างพระกริ่ง “นะโม เม” อนุสรณ์สร้างสมเด็จพระพุทธนวมินทร์ วัดนวมินทรธัมมิกราช ประเทศอินเดีย รวมถึงชนวนโลหะเก่าสมัยสุโขทัย, เหรียญคณาจารย์, ทองคำ, เงินยวงโบราณ, เพชรหน้าทั่ง เป็นต้น 3. รายละเอียดและจำนวนการจัดสร้าง (บางส่วน) พระพิมพ์สมเด็จ "โอม สิทธิ" หลังหลวงปู่กวย: สร้างรวม ๘,๘๗๑ องค์ ตะกรุดทองคำ ฝังมวลสารสมเด็จเกษไชโย: จำนวน ๒๙ องค์ (บูชา ๑,๒๕๐ บาท) ตะกรุดเงิน ฝังมวลสารสมเด็จเกษไชโย: จำนวน ๓๐๐ องค์ (บูชา ๕๕๐ บาท) เนื้อผสมดินกากยายักษ์-ดำ: จำนวน ๒๖๐ องค์ (บูชา ๒๕๐ บาท) พระพิมพ์ขุนแผน "โอม สิทธิ" หลังหลวงปู่กวย: สร้างรวม ๙,๘๗๐ องค์ ตะกรุดทองคำ ฝังมวลสารสมเด็จเกษไชโย: จำนวน ๗๐ องค์ (บูชา ๑,๒๕๐ บาท) เนื้อมหาชนวน "โอม สิทธิ" หลังหลวงปู่กวย: จำนวน ๕๐๐ องค์ (บูชา ๑,๕๕๐ บาท) 4. วัตถุประสงค์ในการบูชาและกิจกรรมอื่น ๆ วัตถุประสงค์ในการบูชา: เพื่อสมทบทุนปรับภูมิทัศน์ วัดนวมินทรธัมมิกราช เมืองนาวาด้า รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย พิธีที่อื่น: ผศ.ดร.สุธี แก้วเขียว ได้ทำพิธีที่อินเดีย ณ พระพุทธเจ้าองค์ดำ และพระพุทธเมตตา ระหว่างวันที่ ๒๙-๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ และทำพิธีที่วัดระฆังโฆสิตาราม วันศุกร์ ที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๖ คาถาที่ปรากฏ: คาถามหาจักรพรรดิ - อะ อุ มะ สิทธิ
เกี่ยวกับ NAMOMAY
แหล่งรวมข้อมูลพระเครื่องที่คุณวางใจ
สืบสานศรัทธา อนุรักษ์คุณค่า
NAMOMAY (นะโมเม) เกิดจากความตั้งใจที่จะรวบรวมข้อมูลพระเครื่องและวัตถุมงคลอันทรงคุณค่าของไทย ให้ผู้ที่สนใจสามารถศึกษา ค้นคว้า และเช่าบูชาได้อย่างสะดวก
ข้อมูลครบถ้วน
ประวัติ พุทธคุณ วัสดุ
ค้นหาง่าย
จัดหมวดหมู่เป็นระบบ
น่าเชื่อถือ
ข้อมูลผ่านการตรวจสอบ
เข้าถึงได้ทุกที่
รองรับทุกอุปกรณ์

“พระเครื่องและวัตถุมงคล มิใช่เพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
แต่คือมรดกทางวัฒนธรรม ศิลปะ และศรัทธา
ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น”